ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เครื่องกรองน้ำที่ใช้งาน และอุปกรณ์
dot
bulletอุปกรณ์
bulletเครื่องกรองน้ำระบบ RO/ DI
dot
ติดต่อขอรับข่าวสาร

dot
dot
สินค้า
dot
bulletเครื่องกรองน้ำเย็น 1 หัวก๊อก
bulletเครื่องกรองน้ำร้อน - น้ำเย็น
bulletเครื่องกรองน้ำร้อน - น้ำเย็น - น้ำธรรมดา
bulletตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ
bulletเครื่องกรองน้ำสแตนเลส
bulletเครื่องกรองน้ำพลาสติก
bulletเครื่องกรองน้ำระบบ RO.
bulletตู้ทำน้ำเย็นสแตนเลส 2-10 หัวก๊อก
bulletเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี




Ozone

 ความรู้ทั่วไประบบโอโซน

 การฆ่าเชื้อโรคน้ำด้วยโอโซน

 

                โอโซน (Ozone) เป็นสารฆ่าเชื้อโรคในน้ำที่ดี และมีอำนาจรุนแรงกว่าคลอรีน เนื่องจากการผลิตโอโซนต้องการพลังงานไฟฟ้ามาก และใช้อุปกรณ์ยุ่งยาก ทำให้มีราคาแพงเมื่อเทียบกับคลอรีน  โอโซนจึงไม่เป็นที่นิยมแพร่หลาย นอกจากประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีการใช้โอโซนกันมากกว่าประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม โอโซนมีข้อดีอยู่ตรงที่วัตถุดิบหาได้ง่าย และไม่ต้องเสียเงินซื้อเนื่องจากใช้อากาศแห้งผลิตโอโซนได้ ทำให้สามารถผลิตโอโซนได้ทุกสถานที่ตราบเท่าที่มีกระแสไฟฟ้าไปถึง ปัญหาเรื่องการขนส่งจึงไม่มีเพราะสามารถผลิตโอโซนได้ในสถานที่ที่ต้องการใช้ นอกจากอากาศแห้งแล้ว โอโซนอาจผลิตได้จากออกซิเจนบริสุทธิ์ ซึ่งในกรณีนี้จะได้ผลผลิตมากกว่า การผลิตโอโซนการทำได้โดยผ่านอากาศแห้ง หรือออกซิเจนบริสุทธิ์ไประหว่างขั้วไฟฟ้า 2 ขั้ว ที่มีความต่างศักย์ประมาณ 15,000-20,000 โวลท์ อตอมของออกซิเจนจะถูกบังคับให้จับตัวกันใหม่กลายเป็นโอโซน (O3) อากาศแห้ง 1ลบ.เมตร สามารถผลิตโอโซนได้ไม่เกิน 30 กรัม หรือเท่ากับ 2.4% โดยปริมาตร ถ้าใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์แทนอากาศแห้ง อาจได้โอโซนเพิ่มเป็น 60-90 กรัม

 

                แม้ว่าโอโซนอาจทำให้เป็นของเหลวได้ แต่นิยมใช้ในรูปก๊าซมากกว่า โอโซนมีอำนาจออกซิไดซิง สูงกว่าคลอรีนเกือบ 1 เท่า นอกจากจะเป็นตัวฆ่าเชื้อโรคที่ดีแล้ว ยังมีประสิทธิภาพสูงในการทำลายกลิ่น สี และรสในน้ำอีกด้วย อย่างไรก็ตาม โอโซนตกค้า (Ozone Residual) คงตัวอยู่ได้ชั่วระยะเวลาสั้น  (ไม่เกิน 30 นาที) ทำให้ไม่เหมาะสำหรับใช้ฆ่าเชื้อโรคในระบบท่อส่งน้ำ แต่ปัญหานี้อาจแก้ไขได้โดยกาทำ Post Chlorination ตามหลังการใช้โอโซน

 

                นักวิจัยบางคนเชื่อว่า โอโซนมีประสิทธิภาพดีกว่าคลอรีน ในการควบคุม และป้องกันแบคทีเรียที่ฆ่ายาก จากการทดลองพบว่า ในการทำลายสปอร์ของ แบคซิลลัส (Bacillus Spore) ในน้ำต้องใช้คลอรีน 10 มก./ ล. และใช้เวลาสัมผัสนาน 3 นาที ในขณะเดียวกัน ถ้าใช้โอโซน 0.35 มก./ ล. แต่ให้มีเวลาสัมผัส 14 นาที จะสามารถฆ่าเชื้อดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าโอโซนมีอำนาจในการทำลายไวรัสได้ดีกว่าคลอรีน

 

คุณสมบัติทางกายภาพ และเคมี

                โอโซนมีสีอ่อนมาก อาจมีแววสีน้ำเงินให้เห็นบ้าง ความหนาแน่นประมาณ 1.6 เท่าของอากาศ โอโซนที่ผลิตจากอากาศแห้งมีความเข้มข้นประมาณ 0.5-1% โดยปริมาตร  แต่ถ้าผลิตจากออกซิเจนบริสุทธิ์อาจมีความเข้มข้นสูงถึง 3-4% โดยปริมาตร ภาชนะบรรจุ หรืออุปกรณ์สัมผัสกับโอโซนต้องเป็นวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อนเช่น 316 Stainless Steel, แก้ว เซรามิกส์, อะลูมินัม หรือเทฟลอน (Teflon) เป็นต้น ทั้งนี้เพราะโอโซนเป็นสารออกซิไดซิงที่แรงมาก

               

                โอโซนเป็นก๊าซพิษที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองอย่างรุนแรง ผู้ที่อยู่ในบรรยากาศของโอโซนที่เข้มข้นอาจถึงแก่ความตายได้ อย่างไรก็ตาม โอโซนเข้มข้นเพียง 0.1-0.2 ppm โดยปริมาตรก็มีกลิ่นเหม็นทำให้คนรู้ตัวเสียก่อน คนสามารถทนโอโซนได้ถึง 0.1 ppm โดยไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าความเข้มข้นสูงถึง 1 และ 4 ppm คนจะทำได้เพียง 8 และ 1 นาที ตามลำดับ  โดยไม่มีอาการผิดปกติ แต่ถานานกว่านี้อาจเกิดอาการผิดปกติเช่น ไอ เคืองตา  และแสบเยื่อจมูก ถ้าให้คนดมโอโซนเข้มข้นประมาณ 1% (ที่ผลิตได้โดยตรงจากเครื่อง) จะถึงแก่ความตายภายใน 1 นาที

 

ปริมาณโอโซนที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคในน้ำ

                เมื่อพูดถึงความเข้มข้นของโอโซน หน่วยที่ใช้ควรเป็น ppm มากกว่า mg/1 เนื่องจากโอโซนเป็นส่วนหนึ่งของก๊าซที่อยู่รวมกับก๊าซอื่นๆ นอกจากนี้ ควรบอกให้ชัดเจนด้วยว่า หน่วยที่ใช้เป็นหน่วยปริมาตร หรือหน่วยน้ำหนัก เนื่องจากมีนัยสำคัญของความแตกต่างของหน่วยทั้งสองชนิด

 

                อุปกรณ์ผลิตโอโซน ต้องสามารถผลิตโอโซนได้เข้มข้นกว่าระดับสูงสุด ที่ต้องการใช้ในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำเช่น สูงถึง 4 ppm เป็นต้น โอโซนที่เป็นส่วนเกินจะเป็นโอโซนตกค้าง (Ozone Residual) ซึ่งอาจวิเคราะห์พบได้ด้วยสารออโธทอลิดีน (Orthotolidine) ซึ่งใช้วัดคลอรีนตกค้างในน้ำ โอโซน 0.1 ppm ทำปฏิกิริยากับออโธทอลิดีน ได้สีที่มีความเข้มข้นเท่ากับสีที่เกิดจากคลอรีตกค้าง 0.15 ppm ถ้าใช้วิธีวิเคราะห์ด้วย Orthotolidine Arsenite ความเข้มข้นของสีที่เกิดขึ้นจากโอโซน และคลอรีน จะไม่แตกต่างกัน

 

                ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดจาการใช้โอโซนละลายน้ำได้น้อยกว่าคลอรีนมาก อุปกรณ์การเติมโอโซนให้กับน้ำจึงต้องออกแบให้มีประสิทธิภาพสูงมาก ทั้งนี้เพื่อให้มีการสูญเสียโอโซนเกิดขึ้นน้อยที่สุด นอกจากนี้เนื่องจากโอโซนมีความบริสุทธิ์ต่ำมาก (มักมีก๊าซอื่นปนอยู่ด้วยมากกว่า 96-97 %) ถังผสมโอโซนจึงต้องมีระบบระบายอากาศที่ใช้การได้ดี

 

                โดยปกติน้ำ 1000 ลบ.เมตร ต้องการโอโซนประมาณ 1-6 กก. เพื่อฆ่าเชื้อโรค การเติมโอโซนในประเทศฝรั่งเศส มักมีจุดมุ่งหมายเบื้องต้นอยู่ที่การฆ่าเชื้อโรคในน้ำพร้อมๆ กับการกำจัดรส และมีจุดมุ่งหมายรองคือ การทำลายสี และกลิ่นในน้ำ ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือที่อื่นนั้น การฆ่าเชื้อโรคมักใช้คลอรีนมากกว่าแต่จะใช้โอโซนก็ต่อเมื่อน้ำมีปัญหาเรื่อง กลิ่น รส และสี ที่ไม่สามารถกำจัดออก ได้ด้วยคลอรีน







สนใจติดต่อ

บริษัท แสงระพี จำกัด

444/11 หมู่ 12 ถนนกิ่งแก้ว-บางพลี ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540

โทร. 0-2316-8359, 081-564-5565, 086-909-1009 แฟกซ์ 0-2316-8358

Email:sangraphee@hotmail.com